เอไอเอ ร่วมลงนาม กรมอุทยานฯ ขยายสัญญามอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ แก่เจ้าหน้าที่สัญญาจ้างที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย


 


  เอไอเอ ร่วมลงนาม กรมอุทยานฯ ขยายสัญญามอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ

แก่เจ้าหน้าที่สัญญาจ้างที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย


 


เอไอเอ ประเทศไทย ขยายสัญญาประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าสัญญาจ้างและบุคลากรที่ปฏิบัติภารกิจในผืนป่ามรดกโลก กว่า 2,300 ราย หวังสนับสนุนคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น

โดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย และนายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เป็นผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือตามโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ทั้ง 3 แห่ง” เป็นปีที่ 2 มุ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสวัสดิการเพิ่มขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประดิษฐ์ บุญเกิด เลขาธิการมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมเป็นสักขีพยาน และพันเอกนนท์ จุลานนท์ ที่ปรึกษามูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ

 

นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ มุ่งมั่นส่งมอบความคุ้มครองให้แก่คนไทยมาโดยตลอด โดยดำเนินโครงการมอบความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม “สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของ เอไอเอ ในการดูแล ‘ผู้พิทักษ์ป่า’ ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และ กลุ่มป่าแก่งกระจาน (“พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ”) ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10.8 ล้านไร่ ตอกย้ำถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย Environment, Social, and Governance (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) และสังคม (Social) ซึ่งมิติสังคมนั้น เรามอบความมั่นคงและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า และมิติสิ่งแวดล้อม เราปกป้องผู้ที่กำลังปกป้องผืนป่า ทำให้การอนุรักษ์ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน

 

“สำหรับโครงการปีแรกนั้น เราได้ให้ความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ประเภทสัญญาจ้างเฉลี่ยประมาณ 2,300 คนต่อเดือน โดยจ่ายค่าเรียกร้องสินไหมไปแล้วจำนวน 11 ราย รวมค่าสินไหมทั้งสิ้น 364,500 บาท แบ่งเป็น 5 รายที่เป็นสินไหมมรณกรรม และอีก 6 รายเป็นค่าชดเชยขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นได้ถึงความจำเป็นและคุณค่าของหลักประกันนี้ต่อผู้ปฏิบัติงานอย่างแท้จริง และเรายังได้รับความร่วมมือจากส่วนสวัสดิการและเจ้าหน้าที่สัมพันธ์ สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมด้วยมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อให้การคุ้มครองเข้าถึงผู้ปฏิบัติงานประเภทสัญญาจ้างทุกหน่วย โดยเราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยอย่างสำนักงาน คปภ. ที่มีนโยบายที่โดดเด่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของการมอบความคุ้มครองขั้นพื้นฐานอย่างประกันอุบัติเหตุให้แก่บุคลากรที่มีความจำเป็น เพื่อส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยเป็นที่พึ่งอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนทุกระดับ สำหรับโครงการปีที่ 2 นี้ เอไอเอจะมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง โดยระยะเวลาคุ้มครองนาน 365 วัน หรือ 1 ปี เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 - 31 มกราคม 2570 ด้วยวงเงินคุ้มครองชีวิตสูงถึง 100,000 บาทต่อกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมรับผลประโยชน์ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อมอบเป็นสวัสดิการและส่งเสริมแก่เจ้าหน้าที่ให้มีหลักประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุอย่างครบถ้วนและจำเป็นในการปฏิบัติงานต่อไป

 

“ทั้งนี้ เอไอเอ ยึดมั่นในคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” โดยพร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยทั่วประเทศในทุกสถานการ์และสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงลูกค้า แต่รวมถึงผู้พิทักษ์ป่าทุกคนที่ทำงานเพื่ออนาคตของลูกหลานไทย เพื่อร่วมสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไป”

 

ด้าน นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เป็นการดำเนินการต่อเนื่องขยายความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปี 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน โดยโครงการครอบคลุมเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้าง ประกอบด้วย ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานและลูกจ้างเหมาเอกชนพื้นที่มรดกโลกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและบุคลากรประเภทสัญญาจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 3 แห่ง ประมาณ 2,300 ราย ซึ่งในระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2568 มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มรดกโลก ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน ทั้งสิ้น 19 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย สาเหตุสำคัญในการเสียชีวิตและบาดเจ็บคือการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงภัยการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า สัตว์มีพิษ และอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงาน ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเผชิญ ความคุ้มครองจากกรมธรรม์ในโครงการนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดภาระและเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIA

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM

จี๊ป ประเทศไทย เอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง จัดกิจกรรม ‘JOC MEET: OUT OF TOWN TO PETCHABURI’ ขับ จี๊ป เที่ยวสุดหรรษา พร้อมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม