วิริยะประกันภัย โชว์แกร่งฝ่าวิกฤตท้าทาย พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยแตะ 4.4 หมื่นล้านบาท
วิริยะประกันภัย
โชว์แกร่งฝ่าวิกฤตท้าทาย
พร้อมเดินหน้ายกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง
ตั้งเป้าปี
69
เบี้ยแตะ 4.4 หมื่นล้านบาท
วิริยะประกันภัย
ตอกย้ำความแข็งแกร่งท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน
ชูศักยภาพการบริหารจัดการสินไหมทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ
และความพร้อมรับมือภัยพิบัติรุนแรงทั้งแผ่นดินไหวและมหาอุทกภัยในรอบปีที่ผ่านมา
ยันแม้เจอวิกฤตหนัก แต่ผลประกอบการปี 68
ยังทะลุเป้า 4.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ไว้วางใจให้บริษัทฯ ดูแลคุ้มครองในทุกสถานการณ์
เผยตั้งเป้ายอดขายท้าทายขึ้น ในปี 69 แตะ 4.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 4%
พร้อมเดินหน้าผสานพลังเทคโนโลยีและศักยภาพบุคลากรทุกส่วนงาน ยกระดับงานบริการในทุกมิติ
เพื่อรับมือความเสี่ยงที่ไม่แน่นอนในอนาคต
นายอมร
ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ
ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทยอย่างมั่นคง
ภายใต้เจตนารมณ์อันแน่วแน่ “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต
มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” ท่ามกลางปัจจัยความท้าทายและความไม่แน่นอนที่ยังคงต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง
ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติที่มีความถี่และรุนแรงมากขึ้นจาก Climate Change ตลอดจนเหตุการณ์ความไม่สงบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
และอุบัติภัยที่ไม่คาดคิด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ทั้งนี้
ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา
ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่ก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
อาทิ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมา
ซึ่งส่งผลให้หลายจังหวัดรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน รวมถึงกรุงเทพฯ
ที่ไม่เคยประสบภัยมาก่อน
ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกและเกิดความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยหรือทำงานในอาคารสูง
ขณะที่ภัยพิบัติจากอุทกภัยที่แม้จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แต่กลับทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา
ดังเช่นมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะความเสียหายรุนแรงในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค
“บริษัทฯ
มีความพร้อมอย่างเต็มศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี
และมีความเชี่ยวชาญจากการได้บริหารจัดการภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงวิกฤตขนาดใหญ่
โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และ ‘ปฏิบัติการ First AID’ ที่นำมาใช้จนเป็นผลสำเร็จต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ ทั้งความพร้อมในการสำรวจ
ประเมินความเสียหาย
และการประสานเครือข่ายรถยกลากเพื่อกู้รถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างทันท่วงที
การจัดซ่อมที่ได้มาตรฐานผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย
ประกอบกับบริษัทฯ มีสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่พร้อมดูแล เยียวยา
และชดเชยค่าสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม
ตลอดไปถึงการประสานพลังเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วไทย
รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดทำถุงยังชีพ และมอบสิ่งของจำเป็น
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเคียงข้างผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง” คุณอมร กล่าว
อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายที่เกิดขึ้น บริษัทฯ
ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.64% สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าและประชาชนมีต่อวิริยะประกันภัย
ส่วนผลประกอบในปี 2568 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor)
37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5%
และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,269 ล้านบาท
เติบโต 17.09%
อีกทั้งยังคงมั่นคงแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 68,166 ล้านบาท และอัตราความพอเพียงของเงินกองทุน (CAR) 357.21% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
นายอมร
เปิดเผยต่อไปอีกว่า “สำหรับเป้าหมายด้านยอดขายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท หรือต้องเติบโตประมาณ 4% แบ่งเป็นด้าน Motor อยู่ที่ 38,865 ล้านบาท
หรือเติบโต 3% ส่วนด้าน Non-Motor
อยู่ที่ 5,780 ล้านบาท หรือเติบโต 9.7%”
ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้
บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพงานบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและ
คู่ค้ามากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบการรับประกันภัย
การเคลมสินไหมทดแทน
การเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็ว แม่นยำ
และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงยกระดับการให้บริการภายใต้แนวทาง One
Stop Service ให้ครอบคลุมทุกงานบริการ
ทั้งการให้บริการของศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ผ่านสายด่วน 1557
การให้บริการผ่านระบบออนไลน์แบบ Self Service บน LINE
Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและครบวงจร
ควบคู่กับการกำกับดูแลคุณภาพงานเคลม การตรวจสอบอุบัติเหตุ
และคุณภาพงานจัดซ่อมให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด
เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
บริษัทฯ
ยังมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานและประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพในงานบริการสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ
ให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบ E-Agency
โปรแกรมที่ช่วยรองรับการทำงานของตัวแทนฯ, V-Inspection
บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยด้วย AI, VClaim
on VCall
บริการเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกจังหวัด รวมถึงวางแนวทางพัฒนาบริการ
Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้จากการนอนโรงพยาบาล
(ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
ทั้งนี้ บริษัทฯ
ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์ Data Driven ด้วยการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรม
ความต้องการ และความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มประกันภัย Motor
และ Non-Motor ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ
ได้เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ
เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
นอกจากนี้
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากร
ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายและเสริมสร้างคุณภาพงานบริการในระยะยาว
โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมหรือความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรและการทำงาน (Employee
Engagement) ทั้งการวางเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ
การส่งเสริมสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงาน
ตลอดจนการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้วยการอบรมพัฒนาทักษะการทำงานตามสายวิชาชีพ
การส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI ฯลฯ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social,
Governance) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรให้สามารถรองรับสถานการณ์วิกฤตใหม่
ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การพัฒนาในทุกมิติสะท้อนพันธกิจสำคัญของวิริยะประกันภัยในการทำหน้าที่ตามคำมั่นสัญญา
“ทำหน้าที่หลักประกันความเสี่ยงให้สังคมไทย” บนพื้นฐาน DNA
องค์กรที่ยึดมั่นว่า “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย”
พร้อมเคียงข้างลูกค้าและสังคมไทยในทุกวิกฤตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”
คุณอมร กล่าวในที่สุด.

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น