กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.10 จับตาตลาดบอนด์โลก
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ
32.40-33.10 จับตาตลาดบอนด์โลก
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด
(มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.10 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.28-32.67 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ
ขณะที่การเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คืบหน้า
รวมถึงตลาดปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาแข็งแกร่งเกินคาด
โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่เงินเฟ้อผู้ผลิตพุ่งขึ้น
6.0% นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งเพิ่มความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรโลก ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซ
“อาจไม่จำเป็นต้องเปิดเลยก็ได้” ตอกย้ำความกังวลของนักลงทุนที่ว่าการปิดช่องแคบจะยืดเยื้อกว่าที่เคยคาดไว้
ทางด้านเงินปอนด์เผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและความเสี่ยงทางการคลังในสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 9,162 ล้านบาท
แต่ขายพันธบัตร 11,373 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้
กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์
มองว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นและพันธบัตรโลกอาจบ่งชี้ความเปราะบางมากขึ้นและหนุนเงินดอลลาร์ต่อเนื่อง
หลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯกับจีนสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้าในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป
โดยส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นช่วงอายุ 2 ปีกับ 30 ปีกำลังกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากท่าทีทางนโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังผ่อนคลายมาก
ทำให้การคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุดของบีโอเจเริ่มถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ
อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำและยังคงลดลงต่อเนื่องตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น
การแทรกแซงค่าเงินเยนระลอกใหม่จึงมีแนวโน้มสูง
แต่ประสิทธิผลของการแทรกแซงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของญี่ปุ่น
นั่นคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกซึ่งกำลังสูงขึ้นท่ามกลางความวิตกที่ว่าภาวะหยุดชะงักของอุปทานพลังงานอาจยืดเยื้อกว่าที่เคยประเมินไว้
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานจีดีพีไตรมาส
1/2569 จากสภาพัฒน์ ขณะที่ในภาพรวม
การเคลื่อนไหวของราคาทองคำและน้ำมันดิบยังคงเป็นประเด็นชี้นำสำคัญต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้นนี้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น