ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 3 เดือนหลังความขัดแย้งตะวันออกกลาง เงินเฟ้ออาเซียนเร่งตัวขึ้นแค่ไหน?


 


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 3 เดือนหลังความขัดแย้งตะวันออกกลาง เงินเฟ้ออาเซียนเร่งตัวขึ้นแค่ไหน?




ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อในช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา กำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะผ่าน “ราคาพลังงาน” ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มส่งผ่านมายังค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และต้นทุนการดำเนินธุรกิจ


ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า สปป.ลาว เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือน เม.ย. 2569 เร่งขึ้นแตะเลขสองหลักครั้งแรกในรอบ 12 เดือน ที่ 10.2% YoY สูงที่สุดในบรรดาชาติอาเซียน และเมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 2569 ก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อของ สปป. ลาวก็เพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชาและเวียดนามเงิน เฟ้อเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 7.2% 5.8% และ 5.5% ตามลำดับ สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาและต้นทุนขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น


ระดับเงินเฟ้อของแต่ละประเทศสะท้อนนโยบายอุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน โดยประเทศที่ยังตรึงราคาน้ำมันและอุดหนุนพลังงานในระดับสูงจะสามารถชะลอการส่งผ่านต้นทุนมายังเงินเฟ้อได้มากกว่า ขณะที่ประเทศที่ปล่อยให้ราคาพลังงานเคลื่อนไหวตามตลาดจะเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพเร็วกว่า


ในส่วนของค่าสาธารณูปโภค ฟิลิปปินส์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเดือนมี.ค.2569 หลังต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงมีการปรับขึ้นค่าไฟหลายรอบ และทำให้ดัชนีราคาค่าสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค โดยเพิ่มขึ้น 14.8% ในเดือน เม.ย. เทียบกับเดือนม.ค. 69 ขณะที่ สปป.ลาว มีการทยอยปรับขึ้นค่าไฟต่อเนื่อง ส่วนมาเลเซียยังคงอุดหนุนค่าไฟฟ้า แต่เริ่มทยอยปรับขึ้นค่าน้ำประปาจากเหตุผลด้านภาระทางการคลัง


สำหรับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ สะท้อนมาตรการอุดหนุนพลังงานได้ค่อนข้างชัดเจน โดยอินโดนีเซียยังคงอุดหนุนราคาดีเซลมากที่สุด 19,700 รูเปียห์ต่อลิตร (หรือเทียบเท่า 36.3 บาทต่อลิตร) ทำให้ราคาดีเซล Biosolar จำหน่ายอยู่ที่เพียง 6,800 รูเปียห์ต่อลิตร เทียบกับราคาที่ไม่อุดหนุนอยู่ที่ 26,500 รูเปียห์ต่อลิตร ขณะที่ไทยยังมีการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลผ่านโครงสร้างพลังงานราว 9.3 บาทต่อลิตร (ค่าเฉลี่ยเดือน เม.ย. 2569) ส่งผลให้เงินเฟ้อไทยยังอยู่ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แม้จะเริ่มกลับมาเป็นบวกที่ 2.9% หลังเริ่มมีการทยอยส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุนขนส่ง


ในทางกลับกัน ฟิลิปปินส์และสปป.ลาว ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง เผชิญผลกระทบจากราคาพลังงานโลกมากกว่า โดยฟิลิปปินส์ปล่อยราคาพลังงานเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด ขณะที่สปป.ลาว มีการแทรกแซงราคาน้ำมันและช่วยพยุงต้นทุนบางส่วน แต่ข้อจำกัดด้านฐานะการคลังและค่าเงินอ่อนค่าทำให้ราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการเพิ่มขึ้นเกือบ 150% จากต้นปี ส่วนมาเลเซีย แม้ยังมีการอุดหนุนราคาน้ำมัน แต่รัฐบาลเริ่มทยอยลดการอุดหนุนลงและจำกัดให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ประเทศอาเซียนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่สูงในระดับที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการพึ่งพิงพลังงานและมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานจากภาครัฐ โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงและมีฐานะการคลังเปราะบาง จะเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพมากกว่าประเทศอื่น นอกจากนี้ เงินเฟ้อที่กลับมาเร่งขึ้นอาจทำให้ธนาคารกลางในหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายหรืออาจจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย


ในระยะข้างหน้า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และราคาพลังงานเร่งตัวขึ้นไปมากกว่านี้ ประเทศในอาเซียนอาจเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก ขณะที่ประเทศที่ใช้นโยบายอุดหนุนพลังงาน แม้จะช่วยชะลอผลกระทบค่าครองชีพและเงินเฟ้อได้ในระยะสั้น แต่ก็อาจต้องแลกมาด้วยภาระทางการคลังที่สูงขึ้นในระยะต่อไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIA

จี๊ป ประเทศไทย เอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง จัดกิจกรรม ‘JOC MEET: OUT OF TOWN TO PETCHABURI’ ขับ จี๊ป เที่ยวสุดหรรษา พร้อมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM