ผู้นำธนาคารทั่วโลกชี้ AI Agents คือช่องโหว่ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมการเงิน เผย ‘ไทย’ อาจเผชิญความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก


 


ผู้นำธนาคารทั่วโลกชี้ AI Agents คือช่องโหว่ความเสี่ยงอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมการเงิน เผยไทยอาจเผชิญความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

 

ผลสำรวจผู้บริหาร จำนวน 1,440 คน ใน 25 ประเทศ พบความเสียหายจากการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (10 มิถุนายน 2569)สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญความกังวลต่อภัยคุกคามจากการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยผู้บริหารในภาคธนาคารของประเทศไทยรายงานว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงและความเสียหายทางการเงินจากการฉ้อโกงในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก

 

ผลสำรวจผู้บริหารด้านการบริหารจัดการการทุจริต การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแล จำนวน 1,440 คน จาก 25 ประเทศ ทั้ง 5 ทวีปทั่วโลกซึ่งจัดทำโดย BioCatch ผู้นำด้านการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินผ่านการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสถานการณ์ในประเทศไทยและภาพรวมในตลาดโลก จากผลสำรวจพบว่า ผู้บริหารธนาคารทั่วโลกถึง 84% มองว่า AI Agents จะเป็นช่องโหว่สำคัญที่อาชญากรสามารถใช้ประโยชน์ในการก่ออาชญากรรมทางการเงินในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับอาวุโสในภาคธนาคารของไทยทั้ง 80 คนที่เข้าร่วมการสำรวจ ซึ่งคิดเป็น 100% ต่างเห็นตรงกันในประเด็นดังกล่าวว่า AI Agents คือความเสี่ยงสำคัญอันดับหนึ่งที่อุตสาหกรรมการเงินต้องเฝ้าระวังในปีหน้า

 

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นอีกว่า การฉ้อโกงทั่วโลกมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสำรวจที่รายงานว่าพบความพยายามในการฉ้อโกงต่อองค์กรของตนเพิ่มขึ้น ขยับจาก 71% ในปี 2025 เป็น 81% ในปี 2026 ในขณะเดียวกัน องค์กรที่เผชิญความเสียหายจากการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขยับจาก 59% เป็น 76%

 

ในด้านมูลค่าความเสียหาย เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกระบุว่า องค์กรของตนสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี โดย 20% สูญเสียมากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี และอีก 5% สูญเสียมากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

 

“AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้บริโภคใช้โต้ตอบกับแพลตฟอร์ม E-commerce และสถาบันการเงิน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการฉ้อโกงและการก่ออาชญากรรมทางการเงินของมิจฉาชีพด้วยเช่นกัน และเมื่อการโต้ตอบบนโลกดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หันไปพึ่งพาระบบอัตโนมัติ และถูกขับเคลื่อนโดย AI Agents มากขึ้นเรื่อย ๆ เราจำเป็นต้องก้าวข้ามการยืนยันตัวตนในรูปแบบเดิม ๆ และหันมาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม เจตนา และความน่าเชื่อถืออย่างลึกซึ้งเพื่อให้สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที” กาดี มาซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BioCatch กล่าว

 

ประเด็นสำคัญ: ผลสำรวจชี้ไทยมีความเสี่ยงด้านการฉ้อโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

 

จากผลสำรวจพบว่า สถาบันการเงินของไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านการฉ้อโกงในหลายมิติที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

 

  • ความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากผลสำรวจผู้บริหารธนาคารในประเทศไทยกว่า 88% พบว่าความเสียหายจากการฉ้อโกงภายในองค์กรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 76% ขณะที่ 49% ระบุว่าองค์กรของตนเสียหายจากการฉ้อโกงมากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

 

  • ปริมาณภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยกว่า 96% ระบุว่า ความพยายามในการฉ้อโกงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในสัดส่วนที่เท่ากันนี้ยังเชื่อว่า AI ทำให้กลโกงมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 88%

 

  • ภัยคุกคามจาก AI ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว

จากผลสำรวจธนาคารในประเทศไทย 93% ระบุว่า ธนาคารของตนเคยเผชิญการโจมตีจาก Agentic AI มาแล้ว ในขณะที่ 61% กำลังรับมือกับภัยคุกคามจาก Automated Phishing สะท้อนระดับภัยคุกคามที่สูงกว่าภาพรวมทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 80% และ 48% ตามลำดับ

 

  • ความท้าทายครั้งใหญ่ในการรับมือการฉ้อโกง

ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยมีความกังวลต่อกระบวนการยืนยันตัวตนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจ

  • 94% ระบุว่า การแยกระหว่าง AI Agent ที่ถูกต้องตามกฎหมายกับ AI Agent ที่เป็นภัยคุกคาม เป็นเรื่องที่ยากมากหรือยากอย่างยิ่ง (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 72%)
  • 84% แสดงความกังวลอย่างมากต่อความรวดเร็วในการเพิ่มขึ้นของการฉ้อโกงในระดับภูมิภาค (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก 76%)

 

ความร่วมมือระหว่างธนาคาร และความสำเร็จในการตรวจจับบัญชีม้า

 

เพื่อรับมือต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการสำรวจเหล่าผู้บริหารภาคธนาคารของไทย ซึ่งกว่า 56% ดำรงตำแหน่งระดับ C-suite ในองค์กรที่มีสินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐไปจนถึงมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่างเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินมากขึ้น โดย 96% ของผู้ตอบแบบสำรวจในไทย เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างธนาคารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 85% ขณะเดียวกัน 93% ระบุว่าการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับบัญชีปลายทางของธุรกรรมระหว่างธนาคาร จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจจับและยับยั้งการหลอกลวงได้โดยตรง สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 86%

 

แม้ประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายด้านการฉ้อโกงและภัยคุกคามทางเทคโนโลยีในระดับสูง แต่ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญอย่างหนึ่งของระบบการเงินไทย นั่นคือ ความสามารถในการตรวจจับบัญชีม้าก่อนที่เงินจะถูกโอนออกจากระบบ มีผู้บริหารธนาคารไทยเพียง 14% ที่ระบุว่า ธนาคารของตนมักตรวจพบบัญชีม้าหลังจากเงินถูกโอนออกไปแล้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 31%

 

เมื่อพิจารณาในวงกว้าง การรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้ายังคงเป็นเป้าหมายสำคัญของสถาบันการเงินทั่วโลก โดยผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 96% ระบุว่า องค์กรของตนมีการติดตามอัตราการสูญเสียลูกค้าอันเนื่องมาจากประสบการณ์การถูกฉ้อโกงหรือหลอกลวง และ 39% ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการตัดสินใจลงทุนด้านการป้องกันการฉ้อโกง

 

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบเหมารวม ซึ่งขาดความแม่นยำและเสถียรภาพอาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของลูกค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน โดย 68% ของผู้บริหารธนาคารทั่วโลกเชื่อว่า แนวทางการป้องกันการฉ้อโกงและการชดเชยความเสียหายขององค์กร ส่งผลให้เกิดการสูญเสียลูกค้าโดยรวม ซึ่งในกลุ่มดังกล่าว 56% ระบุว่า สาเหตุเกิดจากลูกค้าไม่ได้รับการชดเชยความเสียหายจากการฉ้อโกง ขณะที่อีก 44% เชื่อว่าลูกค้าเลือกยุติการใช้บริการเนื่องจากกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่สร้างความยุ่งยากมากเกินไปในการทำธุรกรรมประจำวัน

 

สามารถดูรายงานฉบับเต็มแบบอินเทอร์แรกทีฟ หรือดาวน์โหลดรายงานฉบับ PDF เพื่อดูผลการสำรวจทั้งหมดได้ที่นี่

 

 

เกี่ยวกับ BioCatch

BioCatch ช่วยป้องกันการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงินด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนมากกว่า 3,000 จุดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อาทิ จังหวะการพิมพ์ การเคลื่อนไหวของเมาส์ พฤติกรรมการใช้งานหน้าจอสัมผัส การใช้งาน AI Agents การตรวจพบอุปกรณ์ที่ผ่านการดัดแปลงระบบรักษาความปลอดภัย และข้อมูลอื่น ๆ ในระหว่างที่ผู้ใช้งานทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม digital banking โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปประมวลผลผ่านโมเดล AI และ machine-learning ของ BioCatch เพื่อตรวจสอบเจตนาของผู้ใช้งานและสัญญาณของการถูกบังคับหรือชักจูงให้ทำธุรกรรมตลอดทุกช่วงเวลาของการใช้งาน digital banking ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถแยกแยะผู้ใช้งานที่เป็นลูกค้าจริงออกจากผู้ไม่หวังดีได้แบบเรียลไทม์

 

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากเครือข่ายสถาบันการเงินที่ใช้โซลูชันของ BioCatch ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงและตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 1 ในปี 2569 โซลูชันของ BioCatch ถูกใช้งานจากธนาคารมากกว่า 30 แห่งจาก 100 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของโลก และสถาบันการเงินรวม 357 แห่งทั่วโลก โดยวิเคราะห์การใช้งานกว่า 18 พันล้านครั้งต่อเดือน และช่วยปกป้องบัญชีผู้ใช้งานมากกว่า 680 ล้านบัญชี บนอุปกรณ์มากกว่า 1.7 พันล้านเครื่อง จากการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินทั่วโลก

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIA

จี๊ป ประเทศไทย เอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง จัดกิจกรรม ‘JOC MEET: OUT OF TOWN TO PETCHABURI’ ขับ จี๊ป เที่ยวสุดหรรษา พร้อมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM