SCG ย้ำความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจระดับภูมิภาค ติดอันดับ 22 ใน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
SCG ย้ำความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจระดับภูมิภาค
ติดอันดับ 22 ใน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
กรุงเทพฯ,
29 มิถุนายน 2569 – เอสซีจี ได้รับการจัดอันดับที่ 22 จาก 500 ของการจัดอันดับบริษัทชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Fortune
Southeast Asia 500) ประจำปี 2026 ซึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความแข็งแกร่งในการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ
พร้อมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในฐานะองค์กรชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน
เอสซีจี ได้รับการจัดอันดับที่ 22 จาก 500 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 500 บริษัทหรือ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 โดยพิจารณาจากรายได้ของบริษัทในปีงบประมาณล่าสุดที่สิ้นสุดภายในหรือก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ซึ่งเอสซีจีมีรายได้รวม 496,925 ล้านบาท (15,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ*) มีกำไร 14,075 ล้านบาท (428.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ*) ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ
และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี มีสินทรัพย์รวม 821,591 ล้านบาท (26,115.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ*) และมีพนักงาน 51,941 คน
สะท้อนพื้นฐานธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีฐานการดำเนินงานในภูมิภาคอาเซียนที่แข็งแกร่ง
และความสามารถในการสร้างผลประกอบการที่ดีท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย
นายธรรมศักดิ์
เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “การที่เอสซีจีได้รับการจัดอันดับใน Fortune
Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่เราภูมิใจ
เพราะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของทุกคนในองค์กรร่วมกับผู้ส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ในการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ด้วยการปรับตัวอย่างรวดเร็ว
และเดินหน้าสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
โดยเอสซีจีได้เดินหน้าสร้างความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตที่หลากหลายในอาเซียน (Regional
Optimization) ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วย Robotics
& Automation และ AI พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
ทั้งสินค้ารักษ์โลก (Green Products) สินค้าคุณภาพดี
ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products – SVP) และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง
(High-Value Added Products – HVA) รวมถึงขยายธุรกิจพลังงานสะอาด
ควบคู่การรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ
แข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยมี “คน” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร
ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสร้างการเติบโตไปพร้อมกับภูมิภาคอาเซียน”
ทั้งนี้
การจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 เป็นการจัดอันดับบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
โดยปี 2026 นับเป็นปีที่ 3 ของการจัดอันดับดังกล่าว โดยบริษัทในรายชื่อทั้ง 500 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมในปี 2025 ที่ 1.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรรวม 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเปลี่ยนผ่านและเติบโต
ผู้สนใจสามารถดูรายชื่อ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://fortune.com/asia/ranking/southeast-asia-500
หมายเหตุ :
*สำหรับบริษัทที่รายงานงบการเงินเป็นสกุลเงินท้องถิ่น
รายได้และกำไรจะถูกแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐตามอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยระหว่างปีงบประมาณนั้น
เกี่ยวกับเอสซีจี
เอสซีจี
ดำเนินธุรกิจมาเป็นปีที่ 113 เป็นกลุ่มธุรกิจชั้นนำในอาเซียน
ซึ่งมีความสามารถในการปรับตัวที่แข็งแกร่ง มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ
และโซลูชันนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและสอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ประกอบด้วยธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC) และธุรกิจแพคเกจจิ้ง (SCGP) ตลอดจนธุรกิจใหม่
เช่น ธุรกิจพลังงานสะอาด (SCG Cleanergy) ทั้งนี้
เอสซีจี มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน
จึงได้ผนวกหลักการ ESG เข้ากับการดำเนินงานทั้งในประเทศไทย
ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก ตลอดจนยึดมั่นในความไว้วางใจ ความโปร่งใส
ภายใต้คำมั่นสัญญา “Inclusive Green Growth”
ติดตามเราได้ที่ Website www.scg.com, LinkedIn @SCG,
Instagram @scg.officialig และ Facebook @SCGofficialpage

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น