ผู้เชี่ยวชาญภาคการเงินชี้ AI เปลี่ยนโฉมภัยไซเบอร์ เร่งองค์กรยกระดับการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่พันธมิตร
ผู้เชี่ยวชาญภาคการเงินชี้ AI เปลี่ยนโฉมภัยไซเบอร์ เร่งองค์กรยกระดับการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่พันธมิตร
ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastructure สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นวิทยากรงานเสวนา CYSEC THAILAND 2026 หัวข้อ ‘Cybersecurity Regulations, Data Protection & Ransomware: Strengthening Defences Against Financial Cybercrime’ ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากองค์กรชั้นนำ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากภาคการเงินและประกันภัย เห็นพ้องว่า การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของอาชญากรไซเบอร์กำลังทำให้ภัยคุกคามทางการเงินมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ขณะที่องค์กรจำเป็นต้องยกระดับการบริหารความเสี่ยงทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่
ดร.นงนุช กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารและสถาบันการเงินพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกมากขึ้นรวมถึงการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม e-commerce platform ผู้ให้บริการ Cloud หรือผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ ทำให้การบริหารความเสี่ยงของบุคคลที่สาม (Third-party Risk Management) กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันภัยไซเบอร์ เพราะจุดอ่อนของพันธมิตรอาจกลายเป็นช่องโหว่ของทั้งระบบได้
ดังนั้น องค์กรควรนำความพร้อมด้านการบริหารความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของผู้ให้บริการมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญในการคัดเลือกคู่ค้า โดยพิจารณาทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัย แผนรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์ ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบเมื่อเกิดการโจมตีหรือระบบขัดข้อง ซึ่งควรกำหนดไว้อย่างชัดเจนในสัญญาจ้างงาน นอกจากนี้ การติดตามและประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการแบบต่อเนื่อง (Real-time Monitoring) ยังเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงตลอดระยะเวลาการให้บริการ
ดร.นงนุช ยังกล่าวว่า การนำ AI มาใช้ของอาชญากรไซเบอร์กำลังเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอีเมลฟิชชิงที่ใกล้เคียงหรือสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น การใช้ AI เพื่อโจมตีระบบแบบอัตโนมัติ หรือการสร้าง Deepfake เพื่อหลอกลวงสถาบันการเงินและลูกค้า ส่งผลให้ภาคการเงินจำเป็นต้องลงทุนด้าน AI เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันภัยไซเบอร์ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการทดสอบช่องโหว่ของระบบอย่างสม่ำเสมอ
พร้อมกันนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมดิจิทัลและการชำระเงินแบบไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือภัยไซเบอร์ให้ก้าวทันความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดย AI จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง การตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ และการฟื้นฟูระบบให้กลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ผู้ร่วมเสวนาต่างเห็นตรงกันว่า การสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุค AI นอกจากการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือกฎระเบียบ ต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือระหว่างองค์กรในระบบนิเวศทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการในระยะยาว


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น