ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง


 


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง



 ในปี 2569 ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว โดยยีลด์พันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับเพิ่มไปแตะระดับ 5.34% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ส่งผลให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) ได้ประกาศเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Buyback) สำหรับพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี จาก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อธุรกรรม สำหรับธุรกรรมระหว่างวันที่ 9 กันยายน ถึง 4 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดพันธบัตร

        โดยปกติ ธุรกรรม Buyback มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่มีสภาพคล่องต่ำ รักษาเสถียรภาพในตลาดพันธบัตร และการบริหารการชำระหนี้ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเปิดประมูลเพื่อรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลจำแนกประเภทตามอายุคงเหลือ ซึ่งธุรกรรม Buyback เป็นธุรกรรมปกติที่ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

        โดยการเพิ่มวงเงินทำธุรกรรม Buyback ในครั้งนี้ คาดว่ามีวัตถุประสงค์เพิ่มเติมเพื่อดูแลเสถียรภาพของยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานและเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งแรงกดดันจากการกู้เงินของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการขาดดุลของรัฐบาล โดยหลังการประกาศปรับเพิ่มวงเงิน Buyback ส่งผลให้ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ปรับลดลง 2 – 9 bps. จากวันก่อนหน้า อย่างไรก็ดีในวันถัดมาบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ กลับมาเพิ่มสูงขึ้นไประดับเดิมอีกครั้ง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด

        ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การเพิ่มวงเงินทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลต่อยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้แค่ระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มสูงขึ้นไปปีนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความกังวลที่มีต่อสถานการณ์การคลัง ซึ่งธุรกรรม Buyback ไม่ใช่มาตรการเพื่อลดขนาดหนี้สาธารณะ เนื่องจากรัฐบาลยังมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการขาดดุลอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าหนี้สาธารณะยังเพิ่มสูงขึ้น

        แม้ Treasury Buyback จะช่วยสนับสนุนสภาพคล่องของตลาดได้ในระยะสั้น แต่วงเงิน Buyback จำนวน 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังถือว่ามีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับมูลค่าคงค้างของพันธบัตรรัฐบาลเป้าหมาย ที่ประมาณ 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงอาจช่วยบรรเทาข้อจำกัดด้านสภาพคล่องได้เพียงบางส่วน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานสำคัญ อาทิ การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง ความจำเป็นในการออกพันธบัตรใหม่อย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นแรงกดดันต่อทิศทางตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า ขณะที่ผลต่อยีลด์พันธบัตรรัฐบาลไทยมีจำกัด เนื่องจากเป็นปัจจัยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จี๊ป ประเทศไทย เอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง จัดกิจกรรม ‘JOC MEET: OUT OF TOWN TO PETCHABURI’ ขับ จี๊ป เที่ยวสุดหรรษา พร้อมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIA

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM