เอสซีจีเปิดประตู ‘องค์กรแห่งโอกาส’ ขยายเวที “Possibilities Space for Young Talent Program 2026” ให้เจน Z ‘เรียนรู้’ ‘ปล่อยแสง’ ‘แข่ง Pitch’ พิชิตโจทย์ตลาดจีน
เอสซีจีเปิดประตู ‘องค์กรแห่งโอกาส’
ขยายเวที “Possibilities Space for Young Talent Program 2026”
ให้เจน Z ‘เรียนรู้’ ‘ปล่อยแสง’ ‘แข่ง Pitch’ พิชิตโจทย์ตลาดจีน
เอสซีจีประกาศผล 4 ทีมสุดแกร่งที่คว้ารางวัลจาก ‘Possibilities Space for Young Talent Program 2026’ แพลตฟอร์มการสร้างผู้นำที่จะเป็นกำลังสำคัญของธุรกิจและสังคมในอนาคต ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Experiential Learning) จากการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ที่ปรึกษา และการทำงานข้ามศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) ภายใต้โจทย์สุดท้าทายที่นักศึกษาต้อง ‘วางกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจกับประเทศจีน’ โดยผู้ชนะทั้ง 4 ทีม ได้แก่ ทีม 9 (Q2P) พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน / ทีม 3 (มุ่งเป็น) ‘Certified Upstream Enabler’ เบื้องหลังห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน / ทีม 10 (ชีวาชีวาย) แพลตฟอร์มและนวัตกรรมสีเขียวเพื่อรับมือโลกที่ร้อนขึ้น และทีม 8 (มาเก๊า 888) รุกตลาดนิวซีแลนด์ ลดผูกขาดด้วย Ocean Strategy
ปีม้าไฟ 2026 ผ่านมาได้ครึ่งปี โลกยังคงเผชิญทั้งความผันผวนและความไม่แน่นอน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ การค้าการลงทุน แต่ ‘จีน’ กลับยิ่งมีบทบาทและก้าวสู่ชาติมหาอำนาจที่โดดเด่นขึ้นในเวทีโลก โดยเฉพาะความล้ำหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสู่ความยั่งยืน ร่วมกับการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรับมือ Climate Change กอปรกับเอสซีจีมอง ‘จีน’ เป็นหนึ่งในตลาดกลยุทธ์ที่ครอบคลุมโอกาสด้านนวัตกรรม การลงทุน และ Supply Chain ระดับโลก ยิ่งทำให้ ‘จีน’ เป็นประเทศเนื้อหอมที่จะเข้าไปคว้าโอกาสทางธุรกิจ
ในปีนี้ เอสซีจีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกันจัดทำโครงการ ‘Possibilities Space for Young Talent Program’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยโจทย์ของการ Pitching ปีนี้ มุ่งไปที่การพัฒนาธุรกิจกับจีน โดยกำหนด 4 โจทย์ให้เลือกวางกลยุทธ์ ได้แก่ 1) Minerals China Market China 2) Market Entry & Expansion Strategy 3) China Globalization in SE Asia และ 4) China as a High-Quality Sourcing Hub
เพราะเชื่อว่า ‘คน’ คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ องค์กรที่เติบโตมายาวนานกว่า 113 ปี อย่างเอสซีจี จึงผลักดันโครงการ ‘Possibilities Space for Young Talent Program’ เพื่อขยายผลแนวคิด ‘องค์กรแห่งโอกาส’ กลยุทธ์บริหารคนที่ส่งเสริมให้ Passionate People หรือคนที่มุ่งมั่น ทุ่มเท และมองหาโอกาส มีพื้นที่หรือเวทีปล่อยพลัง แสดงศักยภาพ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน
จากที่เคยรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีที่ผ่านมา ปีนี้โครงการได้ขยายโอกาสให้กว้างขึ้น โดยเปิดรับนิสิต-นักศึกษาคณะต่างๆ จากหลากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จาก 3 ช่องทาง มาร่วมหลักสูตรเข้มข้นภายในระยะเวลา 7 สัปดาห์ ได้แก่
- นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันการศึกษาที่เป็นพันธมิตรหลักของโครงการ
- นิสิตนักศึกษาในโครงการฝึกงานของเอสซีจี Excellent Internship Program (EIP) ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าฝึกประสบการณ์จริงกับเอสซีจีภาคฤดูร้อนเป็นเวลา 2 เดือน และเลือกต่อยอดประสบการณ์ด้วยการเข้าร่วมโครงการ Possibilities Space เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเองเพิ่มเติม
- นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วไป (Open Application) ซึ่งมีผู้สมัครเข้าร่วมโปรแกรมหลายร้อยคนจากทั่วประเทศ โดยมีเพียง 30 คนที่มีศักยภาพโดดเด่นผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการ
โดยในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการ Possibilities Space for Young Talent Program 2026 รวม 98 คน
ซึ่งเอสซีจีได้จัดผู้เข้าร่วมออกเป็น 12 ทีม โดยแต่ละทีมประกอบด้วยนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ศิลปศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อจำลองการทำงานจริงที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามศาสตร์ในการแก้โจทย์ธุรกิจ ส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบ Multidisciplinary Collaboration เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้นำองค์ความรู้และมุมมองที่แตกต่าง มาผสานกันในการวิเคราะห์ปัญหา พัฒนาแนวคิด และออกแบบโซลูชันสำหรับโจทย์ธุรกิจจริง
มากกว่าการแข่งขัน คือการสร้าง "พื้นที่แห่งโอกาส" ให้คนรุ่นใหม่
ภายใต้แนวคิด "องค์กรแห่งโอกาส" (Organization of Possibilities) เอสซีจีเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องเปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำกับโจทย์ธุรกิจจริง ได้ทำงานร่วมกับผู้คนที่หลากหลาย และได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์จริง Possibilities Space for Young Talent Program 2026 จึงเป็นมากกว่าโปรแกรมอบรมหรือเวทีแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เติบโต และค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านประสบการณ์สำคัญ 6 ด้าน ได้แก่
1. โอกาสเรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง (Action Learning) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแก้โจทย์เชิงธุรกิจของเอสซีจี ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด ลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันที่สามารถต่อยอดได้จริง
2. โอกาสทำงานร่วมกับคนต่างศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) สร้างประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายสาขา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแนวคิดใหม่ผ่านการทำงานเป็นทีม
3. โอกาสเรียนรู้จากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ (Mentorship) ได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารเอสซีจี ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ เพื่อพัฒนาแนวคิดให้ตอบโจทย์ธุรกิจและตลาดมากขึ้น
4. โอกาสแสดงศักยภาพและเรียนรู้จากประสบการณ์ (Shining & Learning) เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลอง นำเสนอ รับฟังความคิดเห็น และพัฒนาตนเองผ่านการลงมือทำจริง
5. โอกาสต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ (Career Opportunity) ได้สัมผัสการทำงานจริงกับเอสซีจี พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การร่วมงานและพัฒนาแนวคิดให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต
6. โอกาสพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future-ready Skills) เสริมสร้างทักษะสำคัญสำหรับโลกอนาคต ทั้ง AI, Business Thinking, ESG และการทำงานในบริบทระดับนานาชาติ
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดจากโครงการไม่ใช่รางวัลที่ได้รับ แต่คือการได้บทเรียน (Lesson Learned) ที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำจริง การกล้าคิด กล้าลอง และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Possibilities Space for Young Talent Program 2026 จึงเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงโลกการศึกษาเข้ากับโลกธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Future Workforce ที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับองค์กร สังคม และประเทศในอนาคต”
Winning Ideas from Possibilities Space 2026
โลกธุรกิจในวันนี้ต้องการมากกว่าความรู้ในห้องเรียน
แต่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด วิเคราะห์ และลงมือแก้โจทย์จริง ภายใต้โครงการ Possibilities Space for Young Talent Program 2026 เอสซีจีเปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
ร่วมเรียนรู้ผ่านกระบวนการ Experiential Learning ทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ
และอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพัฒนาแนวคิดธุรกิจจากโจทย์จริงขององค์กร
ตลอด 7 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมได้วิเคราะห์ตลาด ออกแบบโมเดลธุรกิจ และนำเสนอแนวทางต่อคณะกรรมการ
โดยปีนี้ทุกโจทย์มุ่งสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจกับประเทศจีน หนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของเอสซีจี
จากผู้เข้าร่วม 98 คน 12 ทีม
มี 4 ทีมที่สามารถนำเสนอแนวคิดโดดเด่น ทั้งในด้านความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์
และศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง เรื่องราวต่อไปนี้ คือแนวคิดของผู้ชนะทั้ง
4 ทีม ที่สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการมองเห็น "โอกาส" ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
ทีม 9 Q2P พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน
ผู้ชนะโจทย์ ‘Minerals China Market’
“ผมอยากให้ทุกท่านมองที่หินก้อนดิบ ถ้าเราขายให้เขา เราจะได้มูลค่าตันละ หลักร้อยบาท แต่หากเราบดตรงสเปกกับโรงงานที่เขาต้องการ มันจะกลายเป็น ผงหลักพันบาท ทันที” นายวิศรุต ปริวัติ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกริ่นไอเดียเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์บนเวที
Pitching
ทีม Q2P นำเสนอแนวคิด "พลิกหินหลักร้อยสู่ผงหลักพัน" โดยต่อยอดมูลค่าหินปูนจากเหมืองของ
เอสซีจี ผ่านการแปรรูปเป็นผงแคลเซียมคาร์บอเนตคุณภาพสูงที่ตรงตามความต้องการของโรงงานผลิตพื้น
SPC ซึ่งกำลังขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย
ทีมมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
และเสนอโมเดลธุรกิจที่ให้ เอสซีจี ก้าวจากการเป็น ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชัน
ด้วยการจำหน่ายผงแร่คุณภาพสูงควบคู่กับบริการแปรรูปตามความต้องการลูกค้า
ต่อยอดการขายร่วมกับผลิตภัณฑ์ PVC ของเอสซีจี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
นางสาวณัฐนพิน พันธุ์รักษา นักศึกษาชั้นปี 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ประเทศจีน ทิ้งท้ายว่า “เราเน้นจุดเด่นเพิ่มเรื่องการขาย Package คู่กับ PVC ของเอสซีจี ด้วยโมเดลนี้เอสซีจี จะไม่ใช่แค่คนขายหิน แต่ได้เป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่าในภาคการผลิต”
ทีม 3 มุ่งเป็น ‘Certified
Upstream Enabler’ เบื้องหลังห่วงโซ่รถยนต์ไฟฟ้า
(EV) ในจีน
ผู้ชนะโจทย์ ‘China Market Entry & Expansion Strategy’
ทีมนี้นำเสนอแนวคิดผลักดัน SCGC GREEN
POLYMER™ เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในจีน
โดยเห็นโอกาสจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
และความต้องการวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก
ทีมวิเคราะห์ว่า
ผู้ผลิตชิ้นส่วนในจีนจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายในการจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล
จึงเสนอให้ SCGC ทำหน้าที่เป็น "Certified Upstream Enabler" หรือพันธมิตรต้นน้ำที่สนับสนุนผู้ผลิตด้วยเม็ดพลาสติกรีไซเคิลและวัสดุวิศวกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
พร้อมช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้
ยังเสนอแนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์พร้อมบริการด้านการรับรองมาตรฐาน
เพื่อช่วยลดเวลาและความซับซ้อนในการดำเนินงานของลูกค้า
สร้างความแตกต่างจากการจำหน่ายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ SCGC
นายธีรภัทร กาบแก้ว นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายเพิ่มว่า “โครงการนี้เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูงของ
SCGC ควบคู่กับการทำงานร่วมกับเพื่อนต่างสาขาวิชา
ทำให้เห็นมุมมองใหม่ในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ตลาดโลก”
ด้านนางสาวอภิชยา ทรงศิริ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษาจีน) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า“เราไม่ได้ตั้งราคาเดียว แต่เราใช้กลยุทธ์ Decoy Pricing เพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้าตัดสินใจ ซึ่งในโลกความเป็นจริง
ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าเลือก Option ที่ถูกกว่า (ต้องทำเอกสารเอง)
เพราะความเสี่ยงที่จะไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีมูลค่าสูงกว่า
ซึ่งการนำเสนอทางเลือกจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ”
นอกจากนี้ การที่ทีม 3 ผลักดัน SCGC Green Polymer เข้าสู่ Supply Chain รถยนต์ไฟฟ้าของจีน ยังเป็นความได้เปรียบที่สำคัญ เพราะสอดคล้องกับนโยบาย Inclusive Green Growth ของเอสซีจี ที่เน้นว่า ธุรกิจสีเขียวต้องมาพร้อมกับกำไร และทำให้ได้คะแนนมากกว่าทีมอื่นภายใต้โจทย์เดียวกัน
ในตอนท้าย กรรมการชื่นชมทีม 3 ว่า มีความมั่นใจและมีข้อมูลแน่น
โดยเฉพาะการตอบคำถามเรื่องคู่แข่งที่ชัดเจนว่า SCGC จะไม่แข่งในตลาดทั่วไป แต่จะแข่งในตลาดสินค้า ‘เกรดพรีเมียม’ ที่ต้องส่งออกไปต่างประเทศเท่านั้น
ทีม 10 - ชีวาชีวาย แพลตฟอร์มและนวัตกรรมสีเขียวรับมือโลกที่ร้อนขึ้น
ผู้ชนะโจทย์ ‘China Globalization in Southeast Asia’
จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก
ทีม "ชีวาชีวาย" มองเห็นโอกาสของ ตลาดก่อสร้างสีเขียว (Green Building) ที่กำลังเติบโต
และนำเสนอแนวทางสร้างธุรกิจใหม่ให้กับ เอสซีจี ผ่านการผสาน นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างสีเขียว
กับ เทคโนโลยี AI ด้านการบริหารจัดการคาร์บอน ทีมเสนอให้นำ Nano Silica
Aerogel วัสดุฉนวนประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
มาต่อยอดธุรกิจของ เอสซีจี ควบคู่กับการพัฒนา AI Carbon
Platform เพื่อช่วยองค์กรบริหารจัดการและรับรองข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์
รองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
นายไพศาล สมบูรณ์ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อธิบายว่า Nano Silica Aerogel เป็นสินค้าที่เอื้อสิทธิประโยชน์ทางภาษีสีเขียว จึงเสนอไอเดียผสานความร่วมมือระหว่างเอสซีจีกับพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดในจีน จะช่วยให้เอสซีจีเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ในอนาคต “ความสำคัญของการลงทุนในบริษัทแม่ คือเราได้ Know-how และ Innovation มา เราก็จะได้ใช้เครือข่ายขยายธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น และการที่เราไปจับมือกับจีน เพราะเอสซีจีก็ให้ความสำคัญเรื่อง Carbon Footprint การร่วมมือกันจะช่วยพัฒนาให้บริษัทในไทยใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น”
นอกจากทีม 3 จะนำเสนอการดึง
Know how จากจีนมาสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและเป็นพันธมิตรใหม่ของเอสซีจีได้ชัดเจนแล้ว
ยังเป็นทีมที่ใช้ AI ได้อย่างโดดเด่นและเป็นรูปธรรมที่สุด
ทั้งในมุมแพลตฟอร์มข้อมูลคาร์บอนและการใช้คำนวณต้นทุนธุรกิจ
นายศิวัฒม์ ลีรักษา นักศึกษาชั้นปี 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า “แม้สมาชิกในทีมจะไม่ได้มีพื้นฐานด้านการลงทุนหรือวิเคราะห์ธุรกิจทั้งหมด แต่สามารถนำ AI มาใช้ค้นคว้าข้อมูล วิเคราะห์ต้นทุน และประเมินความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถพัฒนาเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม AI เป็นผู้ช่วยสำคัญของทีมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานและความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น”
‘ทีม 8 - มาเก๊า 888’ รุกตลาดวัสดุก่อสร้างนิวซีแลนด์ ลดผูกขาดด้วย ‘Oceans Strategy’
ผู้ชนะโจทย์ ‘China as a High-Quality Sourcing Hub’ และยังคว้ารางวัล Best
Pitching Award ไปครอง
ทีม 8 มองเห็นโอกาสในตลาดวัสดุก่อสร้างของนิวซีแลนด์
ซึ่งกำลังเปิดรับผู้เล่นรายใหม่จากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและความต้องการสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
จึงเสนอโมเดล Asset-light โดยใช้จุดแข็งของเอสซีจีในการคัดเลือกผู้ผลิตคุณภาพจากประเทศจีน
ภายใต้มาตรฐานของเอสซีจี เพื่อส่งออกวัสดุก่อสร้างเข้าสู่ตลาดนิวซีแลนด์
แนวทางนี้ เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของเอสซีจี ด้านการจัดหาสินค้า
โลจิสติกส์ การสร้างแบรนด์ และเครือข่ายจัดจำหน่าย
เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับตลาด พร้อมตอบโจทย์เทรนด์อาคารสีเขียวและความยั่งยืน
ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างในอนาคต
คณะกรรมการชื่นชมทีมที่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้อย่างเป็นระบบ
นำเสนอโมเดลธุรกิจที่มีความเป็นไปได้ และตอบคำถามเชิงธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
ส่งผลให้ทีมคว้าทั้งรางวัลชนะเลิศของโจทย์ธุรกิจ และรางวัล Best Pitching จากการนำเสนอที่โดดเด่น
นางสาวกนกพิชญ์ อภิชล นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยหลังประกาศผลรางวัลว่า “ได้ยินชื่อเอสซีจีมานาน มองว่าเป็นองค์กรที่อยู่มานาน
ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้จักมากนัก แต่พอมีโปรแกรม EIP กับ Possibilities
Space ให้เข้าร่วม ทำให้เห็นว่า เอสซีจี ต้อนรับ Gen
Z และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มากกว่าที่คิด เปิดกว้างให้เด็กรุ่นใหม่เข้ามาฝึกงานและทำกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพมากขึ้น
และช่วยให้มองเห็นอนาคตตัวเองก่อนจะถึงวัยทำงานด้วย”
นายมาตุภูมิ พืชเพียร นักศึกษาชั้นปี 4 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อว่า “โครงการนี้ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อนต่างสาขาวิชา
และเข้าใจโลกธุรกิจมากขึ้น
มองเห็นเส้นทางการทำงานของเราในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของเอสซีจี ที่
“เตรียมคนตั้งแต่ก่อนมาเป็นพนักงาน”
ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน เพื่อให้ Ready to Run และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน”
แม้ทั้ง 4 ทีมจะนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือการมองเห็น "โอกาส" จากความท้าทายทางธุรกิจ
และสามารถแปลงความคิดให้กลายเป็นข้อเสนอที่มีความเป็นไปได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชา
นี่คือหัวใจของ Possibilities
Space for Young Talent Program ที่เอสซีจีเชื่อว่า การพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่
ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้ลงมือทำกับโจทย์จริง
เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเติบโตจากประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น
Future Workforce ที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ สังคม และประเทศในอนาคต







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น