กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.75-33.30 รอเงินเฟ้อชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด


 


กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.75-33.30 รอเงินเฟ้อชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด

 


กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 32.93 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.88-33.38 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าอย่างโดดเด่น โดยตลาดเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) หลังกรรมการนโยบายส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในขนาดที่มากกว่าครั้งละ 25bp ได้ แม้เราไม่คิดว่าบีโอเจจะเลือกขึ้นดอกเบี้ยเกิน 25bp ต่อรอบประชุม แต่มีแนวโน้มว่าบีโอเจจะเร่งจังหวะการปรับดอกเบี้ยถี่ขึ้นจากเดิมทุก 6 เดือนท่ามกลางกระแสที่ว่าสหรัฐฯกำลังกดดันให้ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาค่าเงินเยนที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความผันผวนของตลาดการเงินที่สูงขึ้นประกอบกับส่วนต่างดอกเบี้ยระยะสั้นที่แคบลงระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น อาจนำไปสู่การทยอยปิดสถานะ Carry Trade ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 3,148 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรสุทธิ 5,379 ล้านบาท

 

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดยังค่อนข้างจำกัด สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคที่จะประกาศท้ายสัปดาห์นี้ในการชี้ขาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 กันยายนหรือไม่ นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2.50% ในการประชุมวันที่ 10 กันยายน ส่วนทิศทางค่าเงินเยนเรามองว่าแม้การปรับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอาจไม่ได้หนุนเงินเยนอย่างยั่งยืน แต่ขนาดของสถานะขายเงินเยนที่ยังคงค้างอยู่ในตลาด เพิ่มความเสี่ยงที่นักลงทุนจะทยอยปิดสถานะดังกล่าว หรือ Short Covering ซึ่งเปิดโอกาสให้เงินเยนแข็งค่าต่อได้ในระยะข้างหน้า

 

สำหรับปัจจัยในประเทศ ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแคบลงในเดือนกรกาคมเป็น 1.6 พันล้านดอลลาร์ ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมสำหรับการปรับลดดอกเบี้ย โดยธปท.ประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตามศักยภาพของไทยอยู่ที่ราว 2.7% และความพยายามด้านนโยบายควรมุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงปรับเข้าใกล้ระดับศักยภาพมากขึ้น


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จี๊ป ประเทศไทย เอาใจสาวกรถยนต์พันธุ์แกร่ง จัดกิจกรรม ‘JOC MEET: OUT OF TOWN TO PETCHABURI’ ขับ จี๊ป เที่ยวสุดหรรษา พร้อมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIA

เมืองไทยประกันชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม พาคณะผู้สูงอายุจากเขตห้วยขวาง และโรงเรียนผู้สูงอายุเขตดินแดง เข้าร่วมชมงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM